Skip to content Skip to footer

เช็กสัญญาณ “โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ” ความเจ็บป่วยทางใจ

เช็กสัญญาณ “โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ” ความเจ็บป่วยทางใจที่ไม่ควรมองข้าม

หลายครอบครัวมักเข้าใจผิดว่า อาการเซื่องซึม เก็บตัว หรือขี้น้อยใจของผู้สูงอายุเป็นเพียงเรื่อง “ธรรมดาของวัยชรา” แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ” (Elderly Depression) ภัยเงียบทางจิตใจที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายอย่างรุนแรง และหากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะถดถอยของร่างกายและสมองอย่างรวดเร็ว

ในบทความนี้ ซีเอ็นเอช เนอร์สซิ่งโฮม (CNH Nursing Home) จะช่วยให้คุณแยกแยะระหว่างความเหงาตามปกติกับโรคซึมเศร้า พร้อมแนวทางการดูแลที่ถูกต้องตามหลักจิตวิทยาครับ

1. แยกให้ชัด: “แค่เหงา” หรือ “โรคซึมเศร้า”?

ความเหงา (Loneliness) อาจเกิดขึ้นชั่วคราวเมื่อลูกหลานออกไปทำงาน แต่ โรคซึมเศร้า คือความผิดปกติของสารเคมีในสมองร่วมกับปัจจัยทางจิตใจที่มีความต่อเนื่องและยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป

สัญญาณเตือนที่ต้องรีบเช็ก:

  1. อาการทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้: ปวดหัว ปวดหลัง หรือแน่นหน้าอกเรื้อรัง แต่ไปหาหมอแล้วตรวจไม่พบความผิดปกติทางกายชัดเจน (ในผู้สูงอายุชาวเอเชียมักแสดงออกทางกายมากกว่าทางอารมณ์)
  2. การนอนผิดปกติ: นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึกบ่อยๆ หรือในบางรายอาจนอนมากเกินไปจนไม่อยากลุกมาทำอะไร
  3. เบื่ออาหารอย่างรุนแรง: น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ผิวพรรณไม่สดใส
  4. ความสนใจในสิ่งที่เคยชอบหายไป: เช่น เคยชอบรดน้ำต้นไม้หรือดูข่าว แต่ปัจจุบันกลับปล่อยวางและดูเฉยเมยกับทุกสิ่ง
  5. พูดถึงความตายหรือรู้สึกไร้ค่า: มักพูดประโยคซ้ำๆ เช่น “อยู่ไปก็เป็นภาระ” หรือ “อยากหลับไปเฉยๆ ไม่ต้องตื่น”

2. ทำไมผู้สูงอายุถึงเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า?

สาเหตุของโรคนี้มักเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน (Multifactorial):

  • ปัจจัยทางชีวภาพ: การเสื่อมของเซลล์สมองและการขาดสมดุลของสารสื่อประสาท
  • การสูญเสียบทบาท: การเกษียณอายุทำให้รู้สึกสูญเสียคุณค่าในตัวเอง หรือการสูญเสียเพื่อนวัยเดียวกันและคู่ชีวิต
  • โรคเรื้อรัง: ความเจ็บป่วยทางกาย เช่น โรคพาร์กินสัน โรคหลอดเลือดสมอง หรือความเจ็บปวดจากข้อเสื่อม เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเครียดสะสม
  • ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางกลุ่มที่ใช้รักษาโรคประจำตัวอาจส่งผลต่ออารมณ์และสารเคมีในสมอง

3. หลักการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะซึมเศร้าอย่างถูกต้อง

การดูแล “ใจ” สำคัญไม่แพ้การดูแล “กาย” นี่คือแนวทางที่ลูกหลานและผู้ดูแลควรปฏิบัติครับ:

1. รับฟังด้วยหัวใจ (Active Listening)

ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินหรือพยายาม “สอน” ให้ท่านคิดบวก เพียงแค่รับฟังความรู้สึกของท่านอย่างตั้งใจ ให้ท่านรู้ว่ามีคนเข้าใจและอยู่เคียงข้างเสมอ

2. ส่งเสริมกิจกรรมทางสังคม

การพาออกไปพบปะเพื่อนวัยเดียวกัน หรือทำกิจกรรมกลุ่มเล็กๆ จะช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว และกระตุ้นการทำงานของสมอง

3. ดูแลโภชนาการและการออกกำลังกาย

อาหารที่มีโอเมก้า 3 และวิตามินบี รวมถึงการเดินรับแสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้า จะช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข

4. สังเกตการใช้ยาอย่างใกล้ชิด

หากพบว่าอาการซึมเศร้าเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ เพื่อรับการประเมินและรักษาด้วยยาหรือบำบัดอย่างถูกวิธี

CNH Nursing Home, รคซึมเศร้าในผู้สูงอายุ, วิธีดูแลผู้สูงอายุ, ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ, สัญญาณโรคซึมเศร้า, สุขภาพจิตผู้สูงอายุ

4. บทบาทของ “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” ในการเยียวยาจิตใจ

ในหลายกรณีที่ลูกหลานต้องออกไปทำงานนอกบ้าน การทิ้งผู้สูงอายุไว้เพียงลำพังอาจทำให้อาการซึมเศร้าแย่ลง การเลือกใช้บริการ เนอร์สซิ่งโฮม (Nursing Home) ที่มีมาตรฐานจึงเป็นทางเลือกที่ดี

ที่ ซีเอ็นเอช เนอร์สซิ่งโฮม (CNH Nursing Home) เราเน้นการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Care):

  • กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy): ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นความรู้สึกเห็นคุณค่าในตัวเอง
  • สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักผ่อน: มีสังคมเพื่อนวัยเดียวกัน ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว
  • การเฝ้าระวังโดยผู้เชี่ยวชาญ: ทีมพยาบาลและผู้ดูแลที่เข้าใจจิตวิทยาผู้สูงอายุ สามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที

บทสรุป

โรคซึมเศร้าในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องที่น่าอายและสามารถรักษาให้หายหรือดีขึ้นได้ หากได้รับความเข้าใจและการดูแลที่ถูกต้อง การใส่ใจสัญญาณเพียงเล็กน้อยในวันนี้ อาจช่วยต่อลมหายใจและความสุขให้คนที่คุณรักได้อีกนานครับ

หากคุณกังวลเรื่องสุขภาพจิตของผู้สูงอายุในบ้าน

ติดต่อสอบถามหรือปรึกษาแนวทางการดูแลได้ที่ CNH Nursing Home

เราพร้อมมอบความอบอุ่นและการดูแลที่เป็นมืออาชีพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของผู้สูงวัย

This will close in 0 seconds