Skip to content Skip to footer

ผู้ป่วยติดเตียงดูแลอย่างไร ?

ผู้ป่วยติดเตียงคืออะไร และมีกี่ระดับ?

ผู้ป่วยติดเตียง (Bedridden Patient) หมายถึงผู้ที่ไม่สามารถลุกนั่งหรือเดินได้เองเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง เนื่องจากสภาวะร่างกายหรือโรคที่เป็นอยู่ นักวิชาการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูแบ่งระดับความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน (Activities of Daily Living – ADL) ออกเป็น 4 ระดับ เพื่อให้ผู้ดูแลวางแผนการดูแลได้ถูกต้อง

ระดับ ADLความสามารถความต้องการการดูแล
ADL 12–20 คะแนนช่วยตัวเองได้ปานกลางต้องการความช่วยเหลือบางส่วน
ADL 5–11 คะแนนช่วยตัวเองได้น้อยต้องการผู้ช่วยเกือบทุกกิจกรรม
ADL 0–4 คะแนนช่วยตัวเองไม่ได้ต้องการผู้ดูแลตลอดเวลา (ติดเตียงเต็มรูปแบบ)

ภาวะแทรกซ้อนอันตราย 5 อย่างที่ต้องป้องกันในผู้ป่วยติดเตียง

1. แผลกดทับ (Pressure Ulcer / Bedsore)

เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและเป็นอันตรายที่สุด เกิดจากการที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อถูกกดทับนานเกินไปจนขาดเลือด แผลกดทับเริ่มเกิดได้ภายใน 2 ชั่วโมง หากไม่มีการเปลี่ยนท่าทาง จุดเสี่ยงได้แก่ กระเบนเหน็บ ส้นเท้า ข้อศอก และท้ายทอย

  • ระยะที่ 1: ผิวหนังแดง ยังไม่มีแผล
  • ระยะที่ 2: ผิวหนังพอง/ถลอก
  • ระยะที่ 3: แผลลึกถึงชั้นไขมัน
  • ระยะที่ 4: แผลลึกถึงกล้ามเนื้อหรือกระดูก – อันตรายมาก

2. ปอดบวม (Aspiration Pneumonia)

ผู้ป่วยที่นอนนานจะมีการกวาดเสมหะลำบาก และเสี่ยงต่อการสำลักเข้าปอด การจัดท่าศีรษะสูง 30–45 องศาขณะให้อาหาร และการดูดเสมหะตามแพทย์สั่งช่วยลดความเสี่ยงได้

3. กล้ามเนื้อฝ่อและข้อแข็ง (Muscle Atrophy และ Contracture)

กล้ามเนื้อที่ไม่ถูกใช้งานจะฝ่อลงอย่างรวดเร็ว และข้อต่อจะแข็งจนเคลื่อนไหวลำบาก การทำ Passive Range of Motion Exercise (ROM) ทุกวันช่วยชะลอกระบวนการนี้

4. ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ (DVT)

เลือดที่ไหลเวียนช้าในขาของผู้ป่วยติดเตียงเสี่ยงต่อการแข็งตัวเป็นลิ่ม ซึ่งอาจหลุดไปอุดหลอดเลือดปอดได้ การนวดและออกกำลังกายขาทุกวันช่วยป้องกัน

5. ท้องผูกเรื้อรัง (Chronic Constipation)

การเคลื่อนไหวน้อยและการดื่มน้ำไม่เพียงพอทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้า ต้องดูแลทั้งปริมาณน้ำ อาหารที่มีไฟเบอร์ และการนวดท้องสม่ำเสมอ

Bedridden care, CNH Nursing Home, ดูแลผู้ป่วยติดเตียง, ดูแลผู้ป่วยที่บ้าน, ป้องกัน, ผู้ป่วยติดเตียง, พลิกตัวผู้ป่วยติดเตียง, ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ, สุขภาพจิตผู้สูงอายุ, แผลกดทับ

ขั้นตอนการพลิกตัวผู้ป่วยติดเตียงที่ถูกต้อง

การพลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง ในเวลากลางวัน และทุก 3–4 ชั่วโมง ในเวลากลางคืน เป็นมาตรฐานสากลในการป้องกันแผลกดทับ

ขั้นที่ 1: ล้างมือให้สะอาด เตรียมหมอนรองรับท่าใหม่ 2–3 ใบ
ขั้นที่ 2: แจ้งผู้ป่วยทุกครั้งก่อนเคลื่อนไหว เพื่อลดความตกใจและให้ผู้ป่วยร่วมมือได้
ขั้นที่ 3: ดึงผู้ป่วยมาชิดขอบเตียงฝั่งที่จะพลิกไปก่อน เพื่อให้ผู้ป่วยอยู่กึ่งกลางเตียงหลังพลิก
ขั้นที่ 4: พับแขนผู้ป่วยข้ามหน้าอก งอเข่าข้างที่จะพลิกไป จากนั้นวางมือบนไหล่และสะโพก พลิกตัวด้วยน้ำหนักตัวผู้ดูแล ไม่ใช้แรงกล้ามเนื้อหลัง
ขั้นที่ 5: จัดท่า Side-lying ใส่หมอนรองหลัง หมอนรองระหว่างเข่า และหมอนรองข้อเท้า เพื่อป้องกันกดทับ
ขั้นที่ 6: ตรวจสอบผิวหนังทุกจุดเสี่ยงขณะเปลี่ยนท่า หากพบผิวหนังแดงให้แจ้งพยาบาลทันที

การดูแลสุขอนามัยประจำวันของผู้ป่วยติดเตียง

การอาบน้ำบนเตียง (Bed Bath)

ควรทำทุกวันในตอนเช้า โดยใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น เริ่มจากใบหน้า คอ แขน หน้าอก ท้อง ขา และสุดท้ายคือส่วนที่สกปรกกว่า ข้อสำคัญคือต้องเช็ดให้แห้งสนิททุกจุด โดยเฉพาะรอยพับผิวหนัง เพราะความชื้นเพิ่มความเสี่ยงแผลกดทับ

การดูแลช่องปาก

แม้ผู้ป่วยจะไม่ทานอาหารทางปาก การดูแลปากยังจำเป็นมาก ใช้สำลีชุบน้ำยาบ้วนปากเช็ดฟัน เหงือก และลิ้นทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดปอดบวม

การเปลี่ยนผ้าอ้อมและดูแลผิวหนัง

เปลี่ยนผ้าอ้อมทันทีที่เปียกหรือสกปรก ทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่น เช็ดให้แห้ง และทาครีมกันผื่นทุกครั้ง บริเวณอวัยวะเพศและก้นควรดูแลอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกัน Moisture-associated Skin Damage (MASD)

โภชนาการสำหรับผู้ป่วยติดเตียง

ผู้ป่วยติดเตียงมีความต้องการโปรตีนสูงกว่าปกติ (1.2–1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน) เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อและป้องกันกล้ามเนื้อฝ่อ

อาหารทางสาย (Nasogastric Tube / NG Tube)

สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถกลืนอาหารได้ แพทย์อาจสั่งให้ป้อนอาหารทางสาย NG ขั้นตอนสำคัญที่ต้องปฏิบัติ ได้แก่

  1. ตรวจสอบตำแหน่งสายก่อนให้อาหารทุกครั้ง โดยดูดน้ำย่อยหรือฟังเสียงจากกระเพาะ
  2. จัดท่าศีรษะสูง 30–45 องศาก่อนและหลังให้อาหารอย่างน้อย 30 นาที
  3. ให้อาหารช้าๆ โดยแรงโน้มถ่วง ไม่บีบสายโดยตรง
  4. ล้างสายด้วยน้ำสะอาด 30–50 มล. ก่อนและหลังให้อาหาร
  5. สังเกตอาการสำลัก ไอ หรือหายใจลำบาก หากพบให้หยุดทันที

อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้าน

อุปกรณ์ความสำคัญราคาโดยประมาณ
เตียงปรับระดับ (Hospital Bed)สูง – ปรับท่าได้ ลดภาระผู้ดูแล5,000–25,000 บาท
ที่นอนลม (Air Mattress)สูงมาก – ป้องกันแผลกดทับ2,000–15,000 บาท
อุปกรณ์ยกตัว (Hoyer Lift)สูง – ลดการบาดเจ็บของผู้ดูแล8,000–30,000 บาท
เครื่องดูดเสมหะ (Suction Machine)สูงมาก – สำหรับผู้ป่วยที่ดูดเสมหะไม่ได้3,000–12,000 บาท
เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด (Pulse Oximeter)ปานกลาง – ติดตามสภาวะ500–2,000 บาท

เมื่อไหร่ควรพิจารณาส่งผู้ป่วยเข้าศูนย์ดูแลเฉพาะทาง

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านเป็นเรื่องที่ทำได้ แต่มีสัญญาณชัดเจนที่บ่งบอกว่าครอบครัวต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

  • ผู้ป่วยมีแผลกดทับที่ไม่ดีขึ้นหรือแย่ลงเรื่อยๆ
  • ผู้ดูแลหลักเริ่มมีอาการ Caregiver Burnout – เครียด อ่อนเพลีย หรือเจ็บป่วย
  • ต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ซับซ้อน เช่น เครื่องช่วยหายใจ
  • ผู้ป่วยมีอาการฉุกเฉินบ่อยครั้ง เช่น ไข้สูง ชัก หรือหายใจลำบาก
  • ไม่มีผู้ดูแลอยู่บ้านตลอดเวลา

 

CNH Nursing Home มีบริการดูแลผู้ป่วยติดเตียงแบบครบวงจร ทั้งการป้องกันแผลกดทับ การดูดเสมหะ การให้อาหารทางสาย และกายภาพบำบัด โดยทีมพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ผู้ป่วยติดเตียงต้องพลิกตัวทุกกี่ชั่วโมง?

A: มาตรฐานสากลคือทุก 2 ชั่วโมงในเวลากลางวัน และทุก 3–4 ชั่วโมงในกลางคืน สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น น้ำหนักมากหรือผิวหนังบาง อาจต้องพลิกถี่กว่านั้น

Q: ที่นอนลมช่วยป้องกันแผลกดทับได้จริงหรือไม่?

A: ช่วยได้ แต่ไม่ใช่การทดแทนการพลิกตัว ที่นอนลมลดแรงกดที่จุดเดิมโดยการสลับความดันในแต่ละบริเวณ แต่ยังต้องพลิกตัวตามเวลาปกติร่วมด้วย

Q: ผู้ป่วยติดเตียงสามารถทำกายภาพบำบัดได้หรือไม่?

A: ได้ แม้จะลุกจากเตียงไม่ได้ นักกายภาพบำบัดสามารถทำ Passive ROM Exercise บนเตียง เพื่อรักษาการเคลื่อนไหวของข้อต่อและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด

This will close in 0 seconds